เคล็ดลับเลือกจับคู่สีให้บ้านสวยอย่างลงตัว

สีของบ้านโดยทั่วไปที่เราเห็นมักจะใช้สีกลางเป็นหลักในการตกแต่ง นั่นก็คือสีขาวและเทาเนื่องจากมันง่ายต่อการปรับสภาพของแสงแดดที่ส่องเข้ามาในช่วงกลางวัน และยังทำให้ห้องดูโล่งสบาย ทั้งนี้สีเหล่านี้ยังเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ได้หลากหลายมากกว่าสีแบบอื่น แต่การเพิ่มสีสันให้กับบ้านเราไม่จำเป็นต้องใช้สีกลางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากรู้จักการจับคู่สีมาเข้ากับ บ้านที่แสนธรรมดาก็จะช่วยสร้างความรู้สึกได้อย่างหลากหลายตามหลักจิตวิทยาของสีต่างๆ ได้ ดังนั้นหากเพื่อนๆ คนไหนกำลังสนใจกับการเปลี่ยนโฉมบ้านใหม่ ก็ลองจับเอาสีสันอื่นๆ มาลองใช้เพื่อความไม่ซ้ำซากแถมยังช่วยสร้างรสนิยมแบบเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร อย่ารอช้า ลองมาทำความรู้จักกับการเลือกสรรสีให้เหมาะกับบ้านกันดีกว่าค่ะ

ทำความรู้จักกับการเลือกผสมสีก่อน
สำหรับบ้านที่ไม่ได้มีเพียงสีเดียว สิ่งที่ควรคำนึงในการทาสีก็คือใช้สีหลักอยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ตามด้วยสีรองอีก 30 เปอร์เซ็นเพื่อให้เกิดความสมดุล โดยในหลักการนี้ก็จะมีขั้นตอนการเลือกสีคือการเลือกสีในโทนเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน สังเกตได้จากวงล้อสีเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงเป็นเอกภาพ การสร้างสีสันให้กับบ้านโดยใช้สีคู่ตรงข้ามเพื่อให้เกิดการตัดกันช่วยให้บ้านมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น หรือจะเติมแต่งสีอื่นๆ ลงไปในสีกลางที่เป็นสีหลักเพื่อไม่ให้บ้านดูจืดชืดจนเกินไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเจ้าของบ้านเป็นหลักด้วยเช่นกันค่ะ

การผสมผสานระหว่างสีฟ้าและน้ำเงิน
การผสมสองสีนี้เข้าด้วยกันภายในบ้านก็คือ การสร้างความกลมกลืนและเชื่อมโยงกัน เป็นสีที่มีความใกล้เคียงกัน ให้บรรยากาศของบ้านดูไม่แข็งทื่อจนเกินไป ลักษณะของโทนนี้นิยมใช้กับบ้านสมัยใหม่ จัดอยู่ในโทนสีเย็นให้ความรู้สึกถึงความสงบ สบายตาและผ่อนคลาย โดยให้สีฟ้าเป็นสีหลักในพื้นที่กว้าง เนื่องจากจะให้ความสว่างมากกว่าสีน้ำเงิน ส่วนสีน้ำเงินให้ใช้เป็นจุดพื้นที่เล็กๆ เพราะมิเช่นนั้นจะทำให้ห้องดูแคบเกินไป

การผสมผสานระหว่างสีแดงและสีกลาง
สีแดงเป็นสีที่ให้ความร้อนแรง จัดอยู่ในสีโทนร้อน สร้างบรรยากาศให้บ้านดูมีชีวิตชีวา ในขณะเดียวกันการใช้สีแดงหมดทั้งห้องจะทำให้บ้านดูร้อนและอึดอัด ทางทีดีควรเติมด้วยโทนสีกลางอย่างสีขาว สีดำหรือสีครีมลงไปด้วย จะช่วยขับสีแดงให้มีความโดดเด่นสะดุดตามากขึ้น ทำให้ห้องดูปลอดโล่ง ลดความตึงเครียดและร้อนแรงจนเกินไป แต่ไม่เหมาะสำหรับการทาภายในห้องนอน ซึ่งเหมาะกับการตกแต่งในห้องนั่งเล่นที่ต้องการสร้างบรรยากาศสนุกสนานมากกว่า

อ่อนหวานด้วยโทนสีแบบพาสเทล
สีพาสเทลเป็นหนึ่งในความนิยมที่กำลังมาแรงสำหรับการตกแต่งห้องพักอยู่ในเวลานี้ โดยเฉพาะตามคอนโดต่างๆ สีเหล่านี้จะให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวล เบาสบายตา เป็นการนำเอาสีต่างๆ มาผสมกับสีขาวทำให้ความเข้มของมันดรอปลงไปเป็นสีแบบเจือๆ จึงทำให้มันรู้สึกได้ถึงความบางเบาเป็นพิเศษ แต่การตกแต่งด้วยสีพาสเทลเพียงอย่างเดียวจะทำให้บ้านดูจืดชืดหรือดูหวานจนน่าเบื่อ ทางที่ดีให้จับเข้ากับสีกลางหรือแต้มด้วยสีที่เข้มขึ้นมาหน่อยก็จะช่วยสร้างสมดุลให้ห้องดูน่าสนใจมากกว่าเดิมได้

เสริมบรรยากาศน่าค้นหาด้วยห้องสีเข้ม
เอาใจคนรักความเข้มด้วยลักษณะการทาสีห้องโดยเน้นสีเข้มเป็นพิเศษ เพราะโดยส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยได้รับคำแนะนำว่าให้ใช้โทนสีเข้มเป็นหลักในการตกแต่งห้องเท่าใดนัก โดยเฉพาะห้องนอน เพราะมันจะทำให้รู้สึกอึดอัด แม้การใช้สีเทาหรือดำจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ทว่าการใช้สีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ม่วงเข้ม เขียวเข้ม น้ำเงินเข้ม หรือน้ำตาลเข้มก็จะช่วยสร้างอารมณ์ให้ห้องดูลึกลับน่าค้นหา มีความเท่ห์และความน่าสนใจอยู่ในตัว ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยสีโทนกลางบ้างเป็นจุดๆ ก็จะช่วยเพิ่มความสดใสให้ห้องสีเข้มดูไม่เศร้าหมองจนเกินไป นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ห้องที่กว้างเกินไปดูมีมิติและสมดุลกับการมองเห็นของเราได้มากขึ้นด้วย

นี่เป็นเพียงคำบอกเล่าเล็กน้อยกับการนำเอาสีสันไปประยุกต์ใช้กับการตกแต่งบ้าน แม้จะเป็นหลักมาตรฐานในการใช้งาน แต่สำหรับบ้านคือ สถานที่อันเป็นอิสระที่เราจะตกแต่งได้ตามความพึงพอใจ และสิ่งนี้อาจจะกลายเป็นรูปแบบศิลปะทางสถาปัตยกรรมแนวใหม่ที่เราคิดค้นขึ้นมาด้วยตัวเองเพียงหนึ่งเดียวก็เป็นได้ค่ะ

รู้จัก ‘ไม้ฝาเฌอร่า’ นวัตกรรมวัสดุสร้างบ้านแนวใหม่เพื่อคนรักธรรมชาติ

ความนิยมของการสร้างบ้านไม้ยังเป็นหนึ่งในรูปแบบที่หลายคนโหยหา เนื่องจากบ้านไม้มีกลิ่นอายที่เป็นเสน่ห์หาได้ยากจากวัสดุคอนกรีต ความหอมของเนื้อไม้และลวดลายอันเป็นธรรมชาติ ทำให้บ้านดูน่าอยู่อาศัยและอบอุ่น ความนุ่มนวลที่สอดประสานกันอยู่ระหว่างตัวไม้ที่รับเป็นแนวเดียวกัน ยิ่งช่วยเพิ่มความสงบและผ่อนคลายให้กับผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี

แต่ในปัจจุบันทรัพยากรไม้ที่ขาดแคลน ทำให้การนำเอาไม้จริงๆ มาใช้กลายเป็นเรื่องที่มักจะเกิดปัญหาขึ้น ทั้งเป็นการทำลายป่า ไม้มีราคาแพง การดูแลรักษาที่ทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้เราหันมาเลือกใช้คอนกรีตเป็นวัสดุในการสร้างบ้านทดแทน ทว่าการสร้างสรรค์ของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เราสามารถที่จะสร้างบ้านไม้ขึ้นมาได้อีกครั้ง ด้วยวัสดุจำลองที่เราพอจะได้ยินกันมาบ้างอย่าง “ไม้ฝาเฌอร่า” วัสดุที่ช่วยให้คนรักบ้านไม้ได้ทำตามความฝันของตัวเองอีกครั้ง หากใครกำลังสนใจเราลองมาทำความรู้จักกับไม้ชนิดนี้กันให้มากขึ้นดีกว่าค่ะ

คุณสมบัติของไม้ฝาเฌอร่าและการใช้งาน
ไม้เฌอร่าเป็นรูปแบบของไม้จำลองที่ทำขึ้นเพื่อนำมาใช้ทดแทนไม้จริงในการสร้างบ้าน ทำให้มันตอบโจทย์ในหลายๆ ด้านของคนรักบ้านไม้ แถมยังก้าวข้ามปัญหาของการดูแลไม้ที่มักจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นสภาพไม้บิดงอจากความชื้น การแตกร้าวของเนื้อไม้ ไปจนถึงการถูกทำลายด้วยแมลง เหล่านี้ทำให้ไม้เฌอร่ากลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการสร้างบ้าน แม้ว่าจะไม่สามารถเทียบได้กับกลิ่นอายของไม้จริงๆ ทว่ามันก็ช่วยให้บ้านดูมีสไตล์ตามที่คุณต้องการในราคาที่เอื้อมถึงได้มากขึ้น

เทคโนโลยีของการผสมผสานผลิตขึ้นจากซีเมนต์ไฟเบอร์ผ่านกระบวนการอันซับซ้อนที่เรียกกันว่า “ออโต้ เคลฟ” ขึ้นรูปด้วยไอน้ำแรงดันสูง จากนั้นทำการดันความชื้นให้ออกไปจากไฟเบอร์ซีเมนต์จนหมด ซึ่งไฟเบอร์ที่เพิ่มเข้ามาจะทำให้ตัววัสดุสามารถยืหดและมีความทนทานต่อสภาพอากาศ มีการใช้งานได้ยาวนานจนได้รับการยอมรับให้เป็นโครงสร้างที่เหมาะสำหรับการสร้างบ้าน ที่สำคัญคุณสมบัติของมันยังช่วยทำให้บ้านเย็นและลดเสียงรบกวนจากภายนอก มีความโค้งงอ ดัดทรงเปลี่ยนรูปได้อย่างหลากหลาย

ในส่วนของลวดลายมีความเหมือนกับไม้จริงจนแยกไม่ออก ไม่ว่าจะเป็นลายไม้ขนาดใหญ่ไปจนถึงรายละเอียดหยิบย่อยของเสี้ยนไม้ นอกจากนี้ลวดลายที่เกิดขึ้นยังสามารถเลือกสรรได้อีกด้วยว่าต้องการให้เป็นไม้ชนิดไหน ไม่ว่าจะเป็นลายไม้สักหรือไม้ชัยพฤกษ์ สีของไม้ยังสามารถเลือกได้ด้วยตามความต้องการของเจ้าของบ้าน สามารถทาสีได้แบบติดลงบนเนื้อไม้ หรือต้องการให้เป็นสีแบบธรรมชาติเหมือนไม้จริงๆ ก็ได้เช่นเดียวกัน

สำหรับการใช้งานไม้เฌอร่ามีให้เลือกหลายรูปแบบ ทั้งความหนาที่ต้องคำนึงถึงระดับการรับน้ำหนักของบ้าน โดยทั่วไปจะมีความหนาตั้งแต่ 0.8 เซนติเมตรไปจนถึง 5 เซนติเมตร ดังนั้นการใช้งานไม่ว่าจะเป็นสร้างบ้านหรือทำส่วนอื่นๆ ก็ควรคำนึงถึงความเหมาะสมและเลือกใช้ความหนาที่สัมพันธ์กันเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้งานและมีอายุที่ยาวนานอย่างคุ้มค่ากับราคาที่แสนจะสบายกระเป๋าของมันนั่นเองค่ะ

แต่งบ้านยุคใหม่ไม่ให้ซ้ำใครในรูปแบบ Loft

เมื่อการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยผ่านพ้นไป รูปแบบของสถาปัตยกรรมก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เพื่อปรับเปลี่ยนความซ้ำซากอันน่าเบื่อหน่าย เงื่อนไขของสภาพแวดล้อมที่ต่างไปจากเดิม รวมไปถึงเทคโนโลยีมากมายที่ทำให้เหล่านักออกแบบทางสถาปัตยกรรมขวนขวายที่จะสรรหาสไตล์การแต่งบ้านที่ไม่เหมือนใคร และสามารถตอบโจทย์ของผู้อยู่อาศัยในเทรนด์ใหม่ๆ ของสังคมเมือง ซึ่งนอกจากสไตล์โมเดิร์นที่เรามักเห็นกันทั้งแบบมินิมอลลิลส์ไปจนถึงโมเดิร์นสมัยใหม่อย่างเต็มที่ ยังมีอีกหนึ่งรูปแบบที่แหวกแนวออกมาสำหรับคนที่เบื่อหน่ายกับแบบบ้านเดิมๆ อย่างรูปแบบ Loft หรือบ้านที่แสนธรรมดา ตกแต่งแบบง่ายๆ ทว่าแฝงเอาไว้ด้วยความรู้สึกน่าสนใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

นิยามของบ้านในสไตล์ Loft

เมื่อพูดถึงแบบบ้านสไตล์นี้เราจะต้องนึกถึงรูปแบบของโกดัง ห้องเก็บของ หรือแบบบ้านทรงสี่เหลี่ยมเป็นเหล็กธรรมดาๆ ศิลปะการออกแบบทางสถาปัตยกรรมแบบนี้ ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ได้เกิดขึ้นจากการตั้งใจสรรสร้างของเหล่าสถาปนิก ทว่าเกิดจากความ “จำเป็น” ของชาวบ้านที่ต้องเข้าไปหลบภัยอาศัยอยู่ในโรงงานหรือโกดัง อันเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าจากภาวะสงคราม ผู้คนจำนวนมากไร้ที่พักพิงจนต้องหาสถานที่เหล่านี้เป็นทางเลือกสำหรับการอยู่อาศัยทดแทน

 

ด้วยรูปแบบบ้าน Loft ทำให้มันกลายเป็นเป้าหมายของใครหลายๆ คนในยุคปัจจุบัน อาจจะเป็นภาพจำในอดีตที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง สถาปัตยกรรมที่ประยุกต์เอาความเรียบง่ายของการใช้ชีวิตมาแทรกตัวเป็นส่วนหนึ่งของบ้านในชุมชนเมือง ความสวยงามที่แปลกตา เน้นการยกเพดานสูง เปิดโล่ง ไม่เน้นการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์จนแออัด บางครั้งก็สัมผัสได้ถึงความเป็นสไตล์มินิมอลและความโมเดิร์นผสมผสานอยู่ภายใน

ปัจจุบันการนำเอาบ้านกลิ่นอายแบบ Loft มาเลือกใช้ในการออกแบบ ได้ประยุกต์ให้เข้ากับบ้านแบบโมเดิร์นมากขึ้น โดยเน้นการตกแต่งด้วยปูนเปลือยมากกว่าจะเน้นสีสัน บางหลังอาจจะใช้ปูนแบบขัดมันหรือปูนด้าน โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นเหล็กไม่เน้นลวดลาย ใช้ความเป็นธรรมชาติของวัสดุเป็นตัวหลัก ส่วนบ้านไหนที่มีโครงสร้างไม้ก็มักจะเป็นไม้แบบเปลือยๆ ไม่มีการขัดสีให้แวววาว แต่อาจจะทาด้วยสารเคลือบเพื่อป้องกันเสี้ยนหนามและป้องกันแมลงไม่ให้เจาะเนื้อไม้ภายใน

บางรูปแบบก็เป็นเพียงการก่ออิฐแบบง่ายๆ ที่ดูแสนธรรมดา ไม่มีการทาสีใดๆ เกิดขึ้น ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเรียบๆ มีพื้นที่ว่างมากพอที่จะใช้งานในส่วนอื่นๆ ได้อย่างอิสระ โครงบันไดส่วนใหญ่ไม่ใช้เป็นเหล็กก็จะเป็นไม้ คล้ายการทำขึ้นมาอย่างลวกๆ แต่สวยงามอยู่ด้วยการจัดวางที่แทบจะทำให้หลายคนแยกไม่ออกว่าแบบไหนเป็น Loft หรือ Modern หาไม่เคยได้สัมผัสกับสไตล์นี้จริงๆ

กลิ่นอายเท่ห์ๆ ในแบบสไตล์ลอฟที่คนสมัยใหม่กำลังโหยหา

บ้านแบบ Loft อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับอากาศของเมืองไทยเท่าใดนัก ดังนั้น ในการออกแบบจึงต้องมีการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและขอแนะนำข้อมูลเป็นอย่างดี เพื่อทำการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่จะตามมา โดยเฉพาะสภาพของปูนเปลือยที่มักจะทำให้เกิดความชื้นเข้ามาภายในบ้านได้ง่าย

 

แต่ส่วนใครที่ชอบสไตล์ชิคๆ เราแนะนำว่าอย่าได้พลาดกับการออกแบบบ้านในแนวดิบๆ เช่นนี้ เพราะมันคือเสน่ห์อย่างหนึ่งของการพักอาศัยที่จะสร้างสีสันชีวิตในชีวิตของคุณให้ดูน่าสดใสยิ่งขึ้นแน่นอนค่ะ

บันไดกับฮวงจุ้ย ..ใครว่าไม่สำคัญ!

บันได้ในความเชื่อของฮวงจุ้ยถือว่าเป็นจุดที่สำคัญอีกจุดหนึ่งของบ้านที่ไม่ควรมองข้าม เชื่อว่าเป็นจุดที่ช่วยถ่ายเทพลังชี่ให้กับสมาชิกในครอบครัว การสร้างความสมดุลให้กับพลังนี้ โดยการจัดตำแหน่งบันไดให้เหมาะสมจะช่วยทำให้บ้านดูน่าอยู่อาศัย ปลอดภัยจากอันตรายที่เกิดขึ้นได้ในกรณีที่บันได้เกิดการออกแบบมาในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น เราลองมาดูคำแนะนำดีๆ กับการจัดการบันได้บ้านให้เหมาะสมกับศาสตร์ของฮวงจุ้ยกันดีกว่าค่ะ

บันไดไม่ควรอยู่จุดเดียวกับห้องน้ำหรือห้องนอน
เชื่อกันว่าการจัดบันไดในลักษณะนี้จะเป็นการดึงให้โอกาสดีๆ หลุดลอยออกไปพร้อมกับโชคลาภและความมั่งคั่ง โดยเฉพาะสิ่งดีๆ ภายในห้องนอนก็จะถูกฉกฉวยออกไปด้วย ส่วนตัวของห้องน้ำหากอยู่จุดเดียวกันกับประตูจะยิ่งทำห็นจุดที่ดึงเอาแต่สิ่งไม่ดีเข้ามาภายในบ้าน เพราะฉะนั้น จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะจัดบันไดบ้านให้อยู่ในตำแหน่งดังกล่าว หากพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ บันไดเป็นจุดขึ้นลง อาจจะทำให้เกิดการส่งเสียงรบกวนสำหรับคนที่นอนหลับภายในห้องนอน ส่วนห้องน้ำก็อาจจะทำให้รู้สึกไม่เกิดความเป็นส่วนตัวเอาได้

ห้ามใช้สีแดงกับบันได
สีแดงไม่เหมาะอย่างยิ่งกับบันได เพราะสีนี้มีความหมายที่สื่อถึงความร้อนแรง เป็นสีที่อยู่ในโทนร้อน สีที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วยหรือสีแห่งเลือดนั่นเอง การทาสีแดงที่บันไดจะทำให้สมาชิกในบ้านมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการขึ้นลงบันได้ได้ง่าย ซึ่งนั่นก็อาจจะมาจากสีของมันที่สดใสจนเกินไป ทำให้มันดูสว่างจนก้าวลงบันไดพลาดท่า

 

ไม่ควรใช้บันไดวนก้นหอย
ตามหลักของฮวงจุ้ยบันไดก้นหอยเปรียบเสมือนดอกของสว่านเจาะ เป็นเหตุให้ทรัพย์สินภายในบ้านถ่ายเทออกไปได้ง่าย แม้มันจะเป็นสไตล์การแต่งบ้านที่ดูดี ช่วยเพิ่มรสนิยมของความแปลกใหม่เข้าไป ทว่าบันไดแบบนี้กลับขึ้น-ลงได้ยาก เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุตามมา โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีผู้สูงอายุอยู่อาศัยร่วมด้วย ทางที่ดีเลือกเป็นบันได้ขั้นในแนวตรงแบบธรรมดา ให้ความกว้างของแต่ละขั้นรวมไปถึงความสูงพอดีกับการก้าวเดินอย่างปลอดภัยจะดีกว่าค่ะ

ความสว่างกับบันได
แน่นอนว่าความสว่างตามหลักของเหตุและผล เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการขึ้นลงบันได้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุลื่นล้ม ส่วนตามความเชื่อของหลักฮวงจุ้ย หากบันไดไม่มีแสงสว่างอย่างเพียงพอ แถมบริเวณนี้ยังเป็นพื้นที่คับแคบ ส่งผลกระทบต่อการหมุนเวียนของพลังงานในด้านบวกให้ไม่ไหลลื่น ดังนั้น แสงไฟจะเป็นตัวกำจัดสิ่งชั่วร้ายและนำพาแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในบ้าน

หากใครกำลังสนใจสร้างบ้านใหม่สักหลัง ก็ลองนำเอาความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้กับการออกแบบบันไดกันดูค่ะ แม้บางส่วนจะเป็นเพียงความเชื่อที่ดูเหมือนงมงาย แต่ฮวงจุ้ยก็เป็นการนำเอาหลักของศาสตร์และศิลป์ในการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติมาไว้ด้วยกัน แล้วจะพบว่าเพียงแค่จุดเล็กๆ ที่เราใส่ใจในรายละเอียดก็จะส่งผลดีต่อชีวิตตามหลักของเหตุและผลได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ

นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ..ด้วยศาสตร์ฮวงจุ้ยสำหรับห้องนอน

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการสร้างความรู้สึกสบายใจให้กับตัวเองในการสร้างบ้านสักหลังหนึ่ง แม้ในบางครั้งเจ้าของบ้านอาจจะไม่ค่อยเชื่อกับสิ่งที่ลี้ลับหรือไร้เหตุผล แต่ด้วยความเชื่อหลายๆ อย่างที่ได้รับฟังมาจากผู้อื่น การปรับแต่งบ้านให้เป็นไปในรูปแบบที่ช่วยเสริมสิริมงคลก็จะเป็นตัวช่วยให้เจ้าของบ้านรู้สึกเบาใจ มากกว่าการออกแบบบ้านที่พบเจอแต่ด้านลบ

ศาสตร์ของฮวงจุ้ยจึงถูกนำเอามาปรับใช้กันอย่างแพร่หลาย มีตั้งแต่การจัดตกแต่งแบบเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเต็มรูปแบบเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างบ้านและสภาพแวดล้อมโดยรอบ นอกจากฮวงจุ้ยที่ใช้เสริมสิริมงคลภายในบ้านโดยรวม ห้องนอนก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความสำคัญและต้องการให้ฮวงจุ้ยเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยปรับความสมดุลให้ตัวห้องดูน่านอน พร้อมสำหรับการตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่อย่างสดใสและพบเจอแต่สิ่งดีๆ ดังนั้น เราลองมาทำความรู้จักกับฮวงจุ้ยที่ควรนำเอามาประยุกต์ใช้กับการจัดแต่งห้องนอนกันเลยดีกว่าค่ะ

ระยะห่างระหว่างเตียงและประตู
ตามหลักฮวงจุ้ยระหว่างเตียงและประตู ควรมีพื้นที่ห่างกันให้ได้มากที่สุด ไม่ควรจัดเตียงนอนให้อยู่ใกล้กับประตูทางเข้าออก ที่สำคัญจะต้องไม่วางแนวเดียวกันกับประตู แต่ให้วางไปในทางทแยงมุม ซึ่งหากพูดตามหลักของฮวงจุ้ยนั่นหมายถึงการส่งผ่านพลังชี่เข้าออกมาเกินไป ทำให้เรารู้สึกนอนหลับไม่สบายตัว หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายคือ ประตูมีแสงสว่างเล็ดลอด หรืออาจจะมีคนเปิดเข้าออกทำให้นอนหลับได้อย่างไม่เต็มอิ่มนั่นเองค่ะ

การเว้นที่ว่างบริเวณข้างเตียง
การเว้นที่ว่าง หมายถึงระยะหว่างระหว่างหัวเตียงทั้งสองด้าน เพื่อให้เกิดความสมดุลตามความเชื่อของฮวงจุ้ย จะช่วยทำให้หลับได้อย่างสบาย ส่วนพื้นที่ว่างระหว่างทั้งสองตำแหน่ง ด้านหนึ่งอาจจะใช้เป็นโต๊ะวางของทั่วไป ส่วนอีกด้านวางโคมไฟสีนวลตาเพื่อให้เกิดแสงสว่างอย่างพอเหมาะ สามารถอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมสวดมนต์ นั่งสมาธิก่อนนอนได้สะดวก

การจัดเตียงไม่ควรให้อยู่ใกล้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ตามหลักของศาสตร์นี้แล้ว การจัดห้องนอนที่ดีไม่ควรมีเครื่องมือสื่อสาร โทรทัศน์หรือเครื่องรบกวนที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อยู่ภายในห้องด้วย เพราะนั่นจะทำให้เรารู้สึกพะวงต่อสิ่งเหล่านั้น แถมยังเป็นตัวรบกวนทำให้การนอนหลับพักผ่อนไม่เต็มที่ ดังนั้น หากบ้านไหนมีทีวีอยู่ในห้องนอนก็ควรจัดเตียงให้ห่างจากสิ่งเหล่านี้มากที่สุด ซึ่งนอกจากหลักเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ การตั้งเตียงใกล้กับสิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้ชีวิตคู่ต้องพังลงเพราะมือที่สามเอาได้

ระยะของกระจกกับเตียงนอน
การจัดเตียงภายในห้องนอน ไม่ควรให้มีกระจกอยู่ในแนวเดียวกับเตียง เพราะนั่นหมายถึงพลังที่มากเกินไปจากการสะท้อนออกมาของกระจกจะทำให้เพื่อนๆ รู้สึกไม่สบายตัวและอ่อนล้าในช่วงเวลาเช้า ในความเป็นจริงที่ไม่ให้จัดตำแหน่งเตียงนอนในลักษณะนี้นั่นก็เป็นเพราะว่ากระจกอาจจะสะท้อนเอาแสงจากภายนอก เข้ามากระทบกับดวงตาทำให้นอนหลับไม่สนิท ก็เป็นสาเหตุทำให้รู้สึกไม่สดชื่นในช่วงเช้านั่นเองค่ะ

จะเห็นได้ว่าศาสตร์ของฮวงจุ้ยไม่ใช่เรื่องงมงายเพียงอย่างเดียว แต่มันขึ้นอยู่กับหลักของเหตุและผลที่จะช่วยให้คุณ สามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่มในห้องนอนที่แสนอบอุ่นของตัวเองค่ะ

“บ้านดิน” สวรรค์แห่งการพักผ่อนที่หลายคนมองข้าม

เสน่ห์ของบ้านดิน หรือจะเรียกได้ว่าเป็น “สวรรค์บนดิน” ที่กำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในตัวต่างจังหวัด ส่วนใหญ่รูปแบบของการสร้างบ้านแบบนี้มักจะถูกใช้ในโรงแรมหรือรีสอร์ท เพื่อสร้างความแตกต่างและเป็นการสร้างจุดขายที่ไม่เหมือนใคร เนื่องจากการออกแบบบ้านดินสามารถทำได้หลากหลาย เราจึงมักเห็นว่าบ้านเหล่านี้มีรูปแบบที่แปลกตา สามารถวาดลวดลายสีสัน และแต่งแต้มจินตนาการของตัวเองลงไปได้อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม บ้านดินก็ยังคงเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของบ้านที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของผู้คนมากเท่าใดนัก หรือจะกล่าวง่ายๆ ว่าบ้านดินเป็นความชอบส่วนบุคคลเฉพาะกลุ่มที่สร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้ขึ้นมาให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติ สำหรับคนเมืองแล้ว บ้านดินดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ยุ่งยากและถูกมองข้ามไป คอนโดและบ้านทาวเฮ้าส์คือ ตัวเลือกอันดับต้นๆ นั่นก็อาจจะเป็นเพราะพื้นที่ๆ มีจำกัด และการเลือกสรรที่พักของตัวเองได้เพียงแค่ไม่กี่รูปแบบเท่านั้น

แต่หากใครสนใจอยากจะสร้างบ้านสักหลังหนึ่งขึ้นมาบนพื้นที่เล็กๆ ของตัวเอง ภายใต้งบประมาณที่จำกัด บ้านดินก็คือ หนึ่งในตัวเลือกที่เราอยากจะขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว

ทางเลือกการสร้างบ้านดินกับคุณสมบัติของตัวบ้านที่เราควรรู้จัก
อย่างหนึ่งที่เราอยากจะแนะนำคุณให้เลือกใช้บ้านดินเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับการสร้างบ้านรูปแบบใหม่ (แม้มันจะเป็นบ้านที่เคยถูกสร้างมานานแล้วหลายศตวรรษ) ด้วยคุณสมบัติพิเศษของเนื้อดินเหนียวที่จะช่วยกักเก็บความเย็นสบายเอาไว้ภายใน เปรียบเสมือนฉนวนกันความร้อน ป้องกันแสงแดดและความร้อนจากภายนอกไม่ให้เข้ามากระทบภายในตัวบ้านได้ เหมาะสำหรับการพักอาศัยในที่ๆ มีอากาศร้อนจัดหรือหนาวจัด เนื่องจากภายในบ้านดินจะคงสภาพอุณหภูมิที่พอเหมาะเอาไว้ให้คงที่อยู่ประมาณ 25-28 องศาเซลเซียส ใครที่อาศัยอยู่ในบ้านดินจึงสบายใจได้ว่าตัวเองจะได้รับความเย็นสบายอย่างเต็มที่ภายในวิมานอันแสนสุข แม้ว่าสภาพอากาศภายนอกจะหนาวร้อนทำร้ายร่างกายเราได้สักแค่ไหนก็ตามที

เมื่อบ้านดินทำให้อุณหภูมิคงที่แบบเย็นสบาย มันจึงแทบไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศหรือเปิดพัดลม ถือว่าเป็นการช่วยประหยัดพลังงานให้กับโลกและลดค่าใช้จ่ายภายในบ้านได้ นอกจากนี้ มันยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณในการสร้างบ้านแบบจำกัด บ้านดินเป็นูปแบบที่ใช้วัสดุราคาประหยัด เพียงแค่มีดินเหนียวและแรงกายแรงใจ ก็สามารถก่อรูปให้กลายเป็นบ้านในฝันได้ในราคาถูก เรียบง่ายและแฝงเร้นเอาไว้ด้วยเสน่ห์ของความคลาสสิคที่เป็นหนึ่งเดียวกันกับธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ

หลักในการออกแบบบ้านดิน
สำหรับบ้านดินมหัวใจหลักในการออกแบบคือ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจให้ดีเสียก่อนว่าบ้านดินคืออะไร มีประโยชน์ในการใช้งานอย่างไรบ้างหลังจากสร้างเสร็จแล้ว มีขั้นตอนในการทำ การเลือกใช้ดินเหนียวและการออกแบบเป็นอย่างไร เหล่านี้ ล้วนเป็นส่วนที่จำเป็นและต้องเริ่มต้นวางแนวคิดก่อนลงมือปฏิบัติ

ในขั้นตอนของการออกแบบ ทางที่ดีเมื่อเราเลือกบ้านดินเป็นวิมานแล้ว การสร้างก็ควรอยู่ภายใต้ความพอดี เนื่องจากขนาดของบ้านที่เล็กเพียงพอกับความต้องการย่อมทำให้ง่ายกว่าการก่อสร้างบ้านขนาดใหญ่ที่ต้องใช้แรงและอาจจะต้องพึ่งพาจำนวนคนที่ช่วยเหลือมาก ดังนั้น ควรคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและจำนวนคนที่อยู่อาศัยเป็นหลัก จะได้ไม่ต้องเสียเวลาปั้นแต่งรูปทรงของบ้านเกินขนาดที่จำเป็น

การวางแนวทิศทางของตัวบ้านก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยให้ตัวบ้านได้รับลมและแสงแดดอย่างพอเหมาะ โดยทั่วไปจะวางแนวบ้านตามทิศตะวันออกและตะวันตก เพื่อเป็นการป้องกันการรับแสงแดดและความร้อนที่มากเกินไป แถมการวางในแนวนี้ยังทำให้บ้านของคุณได้รับลมเย็นที่พัดผ่านมาจากทิศเหนืออีกทางหนึ่งด้วยค่ะ

การจัดบ้านให้ปลอดภัยสำหรับเจ้าตัวน้อย

เมื่อมีเจ้าตัวน้อยเข้ามาอยู่อาศัยร่วมในชายคาบ้านด้วยแล้ว เด็กๆ เหล่านี้มักจะมีพฤติกรรมตามธรรมชาติคือ “ความซน” และสนใจไปกับสิ่งแวดล้อมรอบด้าน การดูแลบ้านของคุณแม่ให้ลูกน้อยปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพราะมิเช่นนั้นจะทำให้เด็กๆ เกิดอันตรายจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะพวกเขาไม่รู้สิ่งไหนที่ไม่ควรเข้าไปยุ่ง ดังนั้นเราลองมาดูวิธีการจัดบ้านที่จะช่วยให้เจ้าตัวน้อยมีความสุขและเป็นอิสระกับการเล่นสนุกของพวกเขาได้มากขึ้นกันดีกว่าค่ะ

ทำความสะอาดห้องให้ปราศจากฝุ่นอยู่เสมอ
เจ้าตัวน้อยจอมซน คงชอบจะเอามือไปจับบริเวณต่างๆ ของบ้านอยู่บ่อยๆ แถมยังชอบเอามือเข้าไปดูดเล่นในปาก สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติที่คุณแม่ไม่ควรห้ามเพราะเป็นเรื่องของการเรียนรู้ของพวกเขา แต่สิ่งที่คุณแม่ควรมาใส่ใจก็คือการทำความสะอาดบ้านในทุกๆ ห้องให้สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ โดยเฉพาะห้องที่เจ้าตัวน้อยใช้เป็นพื้นที่สำหรับการเล่นมากเป็นพิเศษยิ่งต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดให้มากขึ้น

สร้างสีสันให้บ้านดูน่าสนใจมากขึ้น
เพื่อเป็นการสร้างเสริมพัฒนาการของลูกน้อย สิ่งที่ควรทำคือการเติมแต่งบ้านให้น่าสนใจมากขึ้น เป็นการช่วยเรียกร้องความสนใจให้กับเด็ก พวกเขาจะหันไปเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว โดยเฉพาะของที่มีสีสันสวยงาม อย่างการตกแต่งวอลเปเปอร์ในห้องนอนให้ลูกน้อยเป็นลวดลายการ์ตูน มีสีสันโดดเด่น เพื่อให้เด็กได้ลองแยกแยะสีสัน หรือจะตกแต่งด้วยตุ๊กตาตามมุมต่างๆ ของห้องก็จะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกสนุกไปกับห้องหรรษาของพวกเขาได้ค่ะ

ปลั๊กไฟต้องอย่าใกล้มือ
สิ่งอันตรายมากๆ ภายในบ้านที่หลายคนมองข้ามไปก็คือการวางตำแหน่งของปลั๊กไฟ บางบ้านมีตำแหน่งของปลั๊กอยู่ในพื้นที่ต่ำมาก่อนที่จะมีเจ้าตัวน้อย การแก้ปัญหาคือหาเต้าเสียบสำหรับป้องกันไม่ให้เด็กเอามือเข้าไปแหย่เสียบเอาไว้ แต่บ้านไหนที่กำลังสร้าง และวางแผนการมีครอบครัวไปพร้อมๆ กันด้วย ก็ต้องเปลี่ยนตำแหน่งของปลั๊กให้อยู่สูงมากพอที่จะมั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะไม่สามารถปีนเอามือขึ้นไปแหย่เล่นได้

ระวังเหลี่ยมมุมของเฟอร์นิเจอร์
เมื่อลูกน้อยถึงวัยคลาน พวกเขาอาจจะเคลื่อนไหวไปในทุกๆ ที่ๆ ต้องการโดยไม่ได้ระวังตัว ซึ่งการควบคุมร่างกายในช่วงอายุเหล่านี้เด็กจะยังไม่สามารถทำได้ดีนัก ดังนั้นการเข้าไปปะทะกับข้าวของภายในบ้านจึงสามารถเกิดขึ้นได้ ทางที่ดีคุณแม่จะต้งคอยสังเกตเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในบ้าน ว่ามีส่วนไหนที่เป็นอันตราย มีเหลี่ยมมุมที่จะทำให้ลูกน้อยบาดเจ็บ หากพบก็ให้หาอุปกรณ์อย่างผ้าหรือเทปผ้ามาปิดเอาไว้เกิดความนุ่ม เมื่อกะทบโดนจะได้ไม่เกิดรอยช้ำขึ้นมา

ต้องมั่นใจว่าประตูบ้านแน่นหนา
ประตูบ้านเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม หากมีการชำรุดหรือปิดไม่สนิทให้รีบทำการซ่อมแซมโดยด่วน เพราะมิเช่นนั้นอาจจะทำให้เจ้าตัวน้อยหลุดออกไปนอกบ้านและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย นอกจากนี้ต้องมั่นใจด้วยว่าประตูกลอนมีความแน่นหนามากพอที่ลูกน้อยจะไม่สามารถเอามือไปคว้าจับเปิดด้วยตัวเอง

เพราะด้วยวัยซนของเด็ก บ้านจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงใหม่เพื่อให้มีความปลอดภัยกับพวกเขา การวางแผนทุกอย่างด้วยความใส่ใจ จะช่วยให้เด็กๆ เติบโตขึ้นได้อย่างปลอดภัยจากอันตราย กลายเป็นบ้านที่แสนอบอุ่นและมีความสุขมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

เสริมเสน่ห์ให้บ้านสวยตามหลักฮวงจุ้ยแบบประหยัด

บ้านคือวิมานที่หลายคนใฝ่ฝันว่ามันควรจะเป็นสถานที่แห่งการพักผ่อน และได้ปลดปล่อยตัวเองจากความตึงเครียดทั้งปวงที่ต้องเผชิญมาตลอดทั้งวัน บ้านจึงเป็นที่ๆ เราจะสามารถเป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด การเติมแต่งบ้านให้น่าอยู่อาศัยจะช่วยให้การพักผ่อนสมบูรณ์แบบมากขึ้น แต่คนส่วนใหญ่อาจจะนึกไม่ค่อยออกว่าการแต่งบ้านแบบไหนจึงจะเหมาะสมและช่วยเสริมให้ชีวิตดีขึ้นได้ ตามหลักของศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าเป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่จะช่วยให้เพื่อนๆ ตกแต่งบ้านของตัวเองออกมาได้อย่างมีเสน่ห์และโดดเด่น เพราะตามหลักนี้เป็นการหยิบเอาหลักเหตุและผลตามธรรมชาติเข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัย ช่วยทำให้บ้านดูเงียบสงบและได้อยู่อย่างสบายกายสบายใจมากขึ้น ดังนั้นเราลองมาดูสูตรฮวงจุ้ยในการแต่งบ้านแบบง่ายๆ ที่จะช่วยให้เราปรับสภาพบ้านในราคาประหยัดแบบงบประมาณจำกัดกันดีกว่าค่ะ

การวางตำแหน่งประตูหน้าบ้านและหลังบ้าน
ตามหลักของฉวงจุ้ยแล้วประตูหน้าบ้านและหลังบ้านจะต้องไม่ควรอยู่ในแนวเดียวกัน ตามหลักของศาสตร์นี้ก็เท่ากับว่ามันจะทำให้สิ่งดีๆ ที่เข้ามาไหลออกไปจนหมด ส่วนตามหลักของเหตุและผลมันจะทำให้ลมที่พัดผ่านเข้ามาไม่ถูกหมุนเวียนอยู่ในบ้าน เมื่อลมพัดผ่านเข้ามาก็จะเลยออกไปทางหน้าต่างในทันที ดังนั้นหากใครกำลังจะสร้างบ้านใหม่ก็ควรเยื้องตำแหน่งเหล่านี้ให้อยู่ห่างๆ กัน ไควรวาอยู่แนวเดียวกัน แต่ใครที่มีพื้นที่บ้านเป็นแบบนี้แล้ว ให้ลองหาฉากกั้นลมมาบังดู เพื่อจะช่วยลดการคลายตัวของอากาศให้หมุนเวียนอยู่ในบ้านได้นานขึ้น

ทุกอย่างในบ้านควรอยู่ในจุดสมดุล
ฮวงจุ้ยเน้นหนักในเรื่องของศาสตร์หยินหยาง ความสมดุลของการใช้ชีวิตและจิตวิญญาณที่เป็นหนึ่งเดียวกับที่พักอาศัย ดังนั้นการสร้างสมดุลภายในบ้านที่ดีก็คือควรให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่เสริมแต่งมากจนเกินงาม ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ความมืดและสว่างภายนห้องต่างๆ ควรมีความพอดี การทาสีบ้านให้เหมาะสมกับการใช้งานของห้อง ไปจนถึงตำแหน่งทำเลที่ตั้งจะต้องแวดล้อมไปด้วยบรรยากาศที่ดี เงียบสงบและให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

อย่าวางกระจกไว้ตำแหน่งเดียวกับเตียงนอน
ตามความเชื่อของหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าในขณะเรานอนวิญญาณมีสิทธิ์ที่จะออกจากร่าง การวางกระจกเอาไว้จะทำให้วิญญาณที่หลุดออกมาเกิดอาการตกใจตัวเองกับภาพที่เห็นจนกระเจิงหนีหายไป ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ แต่ในความเป็นจริงการวางกระจกไว้ในมุมนี้จะทำให้มันมีโอกาสสะท้อนเข้ากับเงาของแสงไฟที่ส่องเข้ามา กระทบกับดวงตาของเราได้ง่าย โดยเฉพาะแสงที่เล็ดลอดเข้ามาจากด้านนอก รบกวนการนอนหลับ ทำให้รู้สึกว่านอนไม่อิ่ม ตื่นขึ้นมากลางดึกจนทำให้ไม่สดชื่นในยามเช้าเอาได้

เห็นไหมล่ะคะว่าแค่เพียงศาสตร์ของฮวงจุ้ยง่ายๆ ราคาถูกก็จะทำให้เพื่อนๆ สามารถปรับสภาพบ้านให้น่าอยู่อาศัย แถมยังช่วยเสริมบรรยากาศให้บ้านกลายเป็นวิมานที่แสนอบอุ่นได้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ

ข้อควรระวังกับการจัดสวนหน้าบ้านที่หลายคนยังไม่รู้

ความน่าอิจฉาอย่างหนึ่งของเพื่อนๆ ที่มีบ้านเดี่ยวเป็นของตัวเอง นั่นก็คือ ส่วนใหญ่จะมีพื้นที่โล่งกลางแจ้งหน้าบ้านเอาไว้สำหรับทำกิจกรรมและจัดสวนที่จะช่วยเติมแต่งบรรยากาศของบ้านให้น่าอยู่อาศัย คนส่วนใหญ่จึงมีงานอดิเรกด้วยการจัดสวนหย่อมตามสไตล์ของเจ้าของบ้าน แต่ทว่าการจัดสวนก็มักจะไม่ง่ายอย่างที่หลายคนวาดฝันเอาไว้ ดังนั้นสิ่งที่ตามมาต่อนี้อาจจะต้องพึงระวัง เป็นภัยเงียบที่เพื่อนๆ หลายคนมองข้ามไปในระหว่างการทำงานอดิเรกแสนสนุกอยู่ก็เป็นได้ค่ะ

สารเคมีจากปุ๋ยและน้ำยาฆ่าแมลง
หลายบ้านต้องการให้สวนหย่อมของตัวเองดูสดใหม่และสมบูรณ์แบบมากที่สุด ทางออกที่คนจำนวนหนึ่งเลือกก็คือ หันมาใช้ปุ๋ยเคมีและยากำจัดศัตรูพืชเพื่อป้องกันสวนสวยที่อุตส่าตั้งใจดูแลเป็นอย่างดีให้คสภาพเอาไว้ให้ได้นานที่สุด แต่หารู้ไม่ว่าทางออกนี้กลับเป็นดาบสองคม แม้มันจะทำให้สวนของเพื่อนๆ ดูสวยสดจริงแต่สารเคมีเหล่านี้สามารถระเหยทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย ปนเปื้อนเข้าไปในอาหาร และการสูดดม ยิ่งบ้านไหนมีเด็กอาศัยอยู่ด้วยแล้วยิ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ

พิษจากแมลงที่เข้ามาอาศัยอยู่
เมื่อมีต้นไม้ ธรรมชาติของมันย่อมเป็นที่สิงห์สถิตของเหล่าสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ โดยเฉพาะแมลงเล็กจิ๋วมากมายที่จะเข้ามาสร้างบ้านสร้างรังของตัวเองหลบซ่อนตัวอยู่ตามซอกมุมต่างๆ ที่เรามองไม่เห็น หากบ้านไหนมีลูกน้อยอาจจะต้องคอยระมัดระวังเจ้าแมลงเหล่านี้ และที่สำคัญคืออย่าพยายามทำสวนหน้าบ้านของตัวเองให้รกเรื้อจนเกินไป พยายามปรับแต่งต้นไม้ให้เป็นพุ่มมีระเบียบ ตัดหญ้าไม่ให้สูงจนเกินไป และที่สำคัญหมั่นตรวจตราพื้นที่สวนอย่างสม่ำเสมอ

ต้นไม้ใหญ่อยู่ผิดที่
บางครั้งสไตล์ของการแต่งบ้านสำหรับเจ้าของบ้านบางกลุ่มก็ต้องกาบ้านที่มีความร่มรื่นมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบ้านไหนที่ต้องการบรรยากาศแบบธรรมชาติอย่างสมบูรณ์แบบ ไม้ใหญ่จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่จะถูกนำเอามาประดับตัวบ้าน แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าไม้ใหญ่ที่เลือกซื้อมาในขณะที่มันโตแล้วนั้นจะไม่มีรากแก้ว จึงอาจจะทำให้เกิดอันตรายในระหว่างช่วงฤดูฝนที่มีลมพัดแรง การหักโค่นของต้นไม้มีโอกาสสูง หรือบางครั้งการแผ่กิ่งก้านที่มากเกินไปก็อาจจะทำให้มันไปเกี่ยวทำลายหลังคาหรือสายไฟจนเสียหายได้ หากใครต้องการบ้านที่มีต้นไม้ใหญ่ประดับตกแต่งอยู่ จึงควรวางแผนการจัดวางล่วงหน้า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาได้

บาดทะยักจากการทำสวน
ในช่วงวันว่างของเพื่อนๆ อาจจะมีกิจกรรมระหว่างวัน อย่างการจัดตกแต่งส่วน ตัดต้นไม้กิ่งไม้และทำความสะอาดพื้นด้วยการดายหญ้า เหล่านี้อาจจะต้องพึงระวังอุปกรณ์ที่ใช้งาน โดยเฉพาะของมีคมที่จะทำให้เกิดารบาดเจ็บหากไม่ระมัดระวังตัวให้ดี สิ่งที่จะตามมาเมื่อเกิดบาดแผลคือบาดทะยักจากเครื่องมือที่ไม่สะอาดและเป็นสนิม ดังนั้นก่อนการทำงานอดิเรกทุกครั้งอย่าลืมใส่ถุงมือ แว่นตาป้องกันเศษหินกระเด็น รองเท้าและหมวกเพื่อความปลอดภัยให้มากขึ้น

สวนหน้าบ้านของเพื่อนๆ จะสวยงามด้วยการใส่ใจและวางแผนอย่างเหมาะสม แต่ก็อย่าลืมที่จะใส่ใจในรายละเอียดของอันตรายที่อาจจะตามมา ซึ่งมันจะทำให้การทำสวนที่แสนสนุกกลายเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวขึ้นมาได้

เคล็ดลับจัดระเบียบห้องแคบให้มีพื้นที่ใช้สอยแบบคุ้มสุดๆ

ในยุคสมัยที่ประชากรมนุษย์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากมาย ทำให้เราจำเป็นต้องมีพื้นที่ใช้สอยอย่างจำกัด โดยเฉพาะราคาที่ดินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่พักอาศัยของผู้ที่มีงบประมาณไม่มากนักจึงจำเป็นต้องถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่แคบ ดังนั้นสิ่งที่ตามมาก็คือการพยายามปรับตัว หากใครมีพื้นที่บ้านของตัวเองขนาดเล็กไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอยในส่วนต่างๆ ที่จำเป็นต้องจัดสรรให้คุ้มค่ากับการใช้งาน เราลองมาดูเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้การจัดระเบียบห้องพักได้อย่างสมบูรณ์แบบและคุ้มค่ากับการใช้งานได้มากขึ้นกันดีกว่าค่ะ

อย่าเอาของซ้ำๆ มาวางไว้ในพื้นที่เดียวกัน
หากเพื่อนๆ เห็นว่าของชิ้นเดียวกันลดราคาและตั้งใจที่จะซื้อมันมาในปริมาณมากเพื่อเก็บไว้ ในช่วงระหว่างการใช้งานก็ไม่จำเป็นต้องเอาทุกชิ้นมาวางกองรวมกัน แต่ให้จัดเก็บบางส่วนเอาไว้ในลิ้นชักหรือชั้นวาง เพื่อจะได้ให้ส่วนที่ใช้สอยจริงๆ สามารถวางของใช้อื่นๆ ได้มากขึ้น อย่างการใช้งานพื้นที่จัดเก็บในห้องน้ำ ควรวางของให้เป็นระเบียบจะได้สามารถหยิบจับได้สะดวก มีการแบ่งหมวดหมู่ครีมอาบน้ำ สบู่ ยาสีฟัน และเครื่องใช้ต่างๆ เอาไว้ในกล่องหรือชั้นวางคนละจุด เพื่อจะได้ป้องกันไม่ให้น้ำจากสบู่หรือยาสระผมไปปนเปื้อนกันแปรงสีฟันของเราได้

อย่าตกแต่งห้องมากเกินไป
เสน่ห์อย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ห้องพักดูมีสีสันมากขึ้นก็คือ การตกแต่งห้องให้สวยงามตามสไตล์ของผู้อยู่อาศัย แต่ทว่าการเอาแต่ของแต่งบ้านที่ตัวเองชอบมาวางๆ รวมกันไว้ทั่วไปหมด อาจจะทำให้ความสวยที่เกิดขึ้นกลายเป็นความรกขึ้นมาได้ ดังนั้นการเดินทางสายกลาง แต่งบ้านแค่เพียงพอดี จะช่วยให้มันดูสบายตาและทำความสะอาดได้ง่าย เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วที่บ้านของเพื่อนๆ จะโดดเด่นมากขึ้นด้วยของตกแต่งแบบมีสไตล์ที่ไม่จำเป็นต้องมากชิ้นเลยล่ะค่ะ

 

จัดหมวดหมู่ของใช้ให้อยู่ในที่เดียวกัน
จัดบ้านให้เป็นระเบียบแล้วก็อย่าลืมที่จะจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้แบ่งหมวดหมู่การใช้งานให้เข้าที่เข้าทาง โดยอาจจะนำเอากล่องมาใช้เป็นตัวช่วยเพื่อจัดแบ่งพื้นที่ของใช้งาน โดยพยายามวางสิ่งของเหล่านั้นให้อยู่ที่ๆ สามารถหยิบจับได้ง่าย ไม่ควรนำเอามาปนกัน เพราะเมื่อเร่งรีบใช้งานจะได้สามรถค้นหาได้สะดวกมาก และไม่ต้องเสียเวลามานั่งนึกว่าของใช้ต่างๆ อยู่ในส่วนไหนของบ้านบ้าง

เฟอร์นิเจอร์เน้นมีพื้นที่จัดเก็บมาก
เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ภายในห้องแคบๆ ควรเป็นรูปแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน มีพื้นที่ใช้สอยมากพอที่จะช่วยให้เราเก็บข้าวของต่างๆ ได้อย่างเป็นระเบียบมากที่สุด อย่าเน้นความสวยงามมากเกินไป เพราะด้วยขนาดห้องที่แคบสิ่งที่เราต้องคำนึงมากกว่าจึงควรจะเป็นพื้นที่ใช้งาน เพียงแค่เลือกเฟอร์นิเจอร์แบบสมัยใหม่หรือแบบโมเดิร์น ที่มีการออกแบบมาไม่หนา มีพื้นที่มากในการใช้งาน ตอบโจทย์ของผู้อยู่อาศัยแบบคอนโดกันเป็นส่วนใหญ่

อย่าลืมว่าการอาศัยอยู่ในห้องแคบ เราจำเป็นจะต้องมีพื้นที่ใช้สอยให้เพียงพอต่อการใช้งาน การวางแผนจัดการสัดส่วนต่างๆ อย่างเหมาะสมจะช่วยเพื่อนๆ ได้มีที่พักอาศัยที่เติมเต็มความสุขได้อย่างสมบูรณ์แบบได้ไม่ต่างจากบ้านหลังใหญ่เลยล่ะค่ะ